นักร้องสาวที่สามารถทุบ
สถิติการขายใน 2 อัลบั้ม 2
ล้านตลับ สำหรับ ต่าย อรทัย
จากแกรมมี่โกลด์ จากเด็กสาว
บ้านนอก อุบลราชธานี
กลายเป็นนักร้องสาวที่พัฒนา
ขึ้นทั้งรูปร่าง หน้าตา และ
เสียงร้อง ต่ายบอกว่า ถ้าเทียบ
ปกเทปชุดแรก และชุดที่ 2
อาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลง
เพราะบริษัทตั้งใจอยากให้
เป็นอย่างนั้น แต่ส่วนหนึ่ง
ก็มาจากการดูแลตัวเองดีขึ้น
ทั้งการใช้ครีมบำรุงกลางคืน
ครีมกันแดด และ การล้างหน้า
ให้สะอาด เพราะต้องแต่งหน้าทุกวัน
มาเป็นนักร้องได้อย่างไร?
ต่ายบอกว่า คำว่า "นักร้อง"
คือ แรงบันดาลใจ ให้เธอ
พยายามที่จะเป็นให้ได้
ความฝัน คือ อยากเป็นเหมือน
ศิลปิน คนอื่นๆ โชคดีที่คน
ในครอบครัวสนับสนุน ทั้ง พ่อ
แม่ และยาย เวลาไปเล่นไปร้อง
ตามวงหมอลำก็ไม่ว่า ขอให้
ไม่เสียการเรียน จากนั้นได้
มีโอกาสรู้จักกับ พี่บ่าวข้าวเหนียว
ซึ่งเป็น ผู้จัดการส่วนตัว มาจน
ถึงปัจจุบัน พี่บ่าวบอกว่า
ถ้าอยากเป็นนักร้อง ก็ขออย่า
ให้ทิ้งการเรียน จนต่ายสามารถ
เรียนได้จบชั้น ม.6
ระหว่างนั้น ต่ายเริ่มทดลอง
ทำอัลบั้มกันเองกับกลุ่ม
นักจัดรายการ แล้วนำมา
ให้ครูสลาฟัง ครูบอกว่า
เคยได้ยินว่ามีนักร้องอยู่จังหวัด
อุบลฯ แต่ไม่รู้ว่าเป็นต่าย สิ่งที่
ครูปิ๊งและอยากปั้น คือ น้ำเสียง
แต่ยังมีอีกหลายอย่าง
ต้องปรับปรุง เช่น ร้องไม่ถูกจังหวะ
ร้องคล่อม และ เสียงขึ้นจมูก
จากนั้นครูให้มาเทสต์เสียงที่แกรมมี่
ครูตำหนิเยอะมาก แต่ก็ชม และ
ให้กำลังใจบ้าง
ต่าย อรทัย หรือ อรทัย ดาบคำ
เคยขึ้นเวทีประกวดร้องเพลง
ตามเทศกาลต่างๆ เพื่อเปิด
โอกาสให้กับตัวเอง เพลงพุ่มพวง
อย่างเพลง ทุ่งนางคอย คือ เพลง
ที่เธอเลือก มีบางครั้งที่มีโอกาสได้พบ
ครูสลา คุณวุฒิ ซึ่งตอนนั้นเป็น
นักแต่งเพลงชื่อดัง ที่ปั้นศิลปิน
อย่างไมค์ ภิรมย์พร มาแล้ว ครูสลา
มาเป็นกรรมการในเวทีประกวด
แต่กลับไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน
เมื่อต้องมาเจอกับสลา คุณวุฒิ
และทำงานร่วมกัน เธอจึงรู้ว่าเหมือนฝัน
เมื่อต้องทำเทปอย่างจริงจัง
เธอได้รับการเคี่ยวเข็นจากครู
ทั้งการร้อง เพื่อให้ได้คุณภาพ
หลายเพลงที่เธอทำไม่ได้แทบจะท้อใจ
อย่างล่าสุดเพลง "ฝากเพลงถึงยาย"
ซึ่งเป็นเพลงทำนองเก่า
ถือเป็นเพลงที่มีเสียงสูง และ
เหนื่อยมาก และ เพลงนี้
ก็เป็นการถ่ายทอดจากชีวิตจริง
ของ ต่าย ทั้งหมด เพราะยาย
ที่จังหวัดอุบลฯ คือคนที่เลี้ยงดูเธอมา
ความประทับใจมากที่สุดของยายคือ
วันที่จากยายเข้ากรุงเทพฯ
ต่ายได้เห็นยายร้องไห้เป็นครั้งแรก
จึงรู้สึกเจ็บปวด กับการจากคนที่รัก
ทั้งที่เคยอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
จนอายุ 18-19 ปีแล้ว จึงเป็นการ
จากที่ยิ่งใหญ่ ในความรู้สึกตอนนั้น
และตอนนี้ ต่ายก็ทำความฝันของ
ยายได้สำเร็จ "ต่ายได้ออกทีวี ตามความฝัน
ของยายที่อยากเห็น" ต่ายสร้างบ้านหลังใหม่
ใหญ่กว่าเดิมให้ยายอยู่ ต่ายอยากให้ยาย
กินข้าวได้เยอะๆ และนอนหลับให้สบาย
เป็นสิ่งที่ที่ดีเยี่ยม และฝันสุดท้ายที่ ต่าย
อยากทำให้ได้ก็คือ การเรียนให้จบ..
หลังจากที่ใช้เวลาเรียนมา 6 ปีแล้ว
เชื่อว่า อีกไม่นาน เราจะมีบัณฑิตใหม่
ชื่อ ต่าย อรทัย ดาบคำ